| อนึ่ง ในการกรอกกระดาษคำตอบนั้น นักเรียนต้องใช้ดินสอ 2 B ซึ่งเกิดปัญหาขาดแคลนอยู่บ่อยครั้ง อีกทั้งการกาคำตอบต่างไปจากที่เคยทำมาก่อนอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือจากที่เคยกากบาทมาระบายให้เต็มวง ซึ่งนับเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับนักเรียนส่วนมาก เป็นความยุ่งยากที่มากดดันในช่วงเวลาที่ต้องการสมาธิอย่างสูงอย่างไม่น่าจะให้เกิดขึ้น ครั้นจะให้นักเรียนทุกคนได้ผ่านประสบการณ์กับรูปแบบดังกล่าวก่อนสอบก็เป็นไปได้ยากเพราะราคาที่สูง แม้เพียงการเผยแพร่รูปแบบกระดาษคำตอบก่อนก็มักไม่สามารถทำได้เพราะเป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทเจ้าของเทคโนโลยีนี้ จึงมีข้อผิดพลาดในการกรอกผิดพลาดมาอย่างแน่นอน ทั้งที่จงใจและไม่จงใจทำตามข้อกำหนด แม้ว่ามีการชี้แจง หรือตรวจกรองก่อนนำมาเข้าระบบตรวจแล้วก็ตาม การแก้ปัญหานี้ของเทคโนโลยีดังกล่าว คือต้องมีการตรวจด้วยตาดูกระดาษคำตอบก่อนนำเข้าเครื่องตรวจ ซึ่งยุ่งยากและมักไม่สามารถกรองปัญหาออกได้หมด ในทางปฏิบัติจึงมักกำหนดเป็นกติกาว่าหากไม่ทำตามถือว่าผิดกติกาและปรับให้ข้อนั้นเป็นคำตอบที่ผิด แนวทางดังกล่าวตั้งบนความเชื่อว่าเครื่องจักรถูกเสมอ และหากมีข้อผิดพลาดถือว่านักเรียนทำผิด การสอบจึงไม่เพียงประเมินความรู้ของนักเรียน แต่ประเมินความสามารถทำตามข้อแนะนำในการกรอกกระดาษคำตอบและทักษะการระบายดินสอให้เต็มวง อย่างไม่สมควรให้เกิดขึ้นกับวงการประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา
สถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) จะจัดการทดสอบ A-NET และ O-NET ครั้งแรกคือต้นปี พศ. 2549 โดยประมาณการว่าจะมีนักเรียนสอบคราวละกว่า 600 ,000 คน ปริมาณกระดาษคำตอบกว่า 3 ล้านแผ่น ข้อสอบ 3 ใน 5 วิชา มีข้อสอบอัตนัย กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ กว่าครึ่งเป็นกระดาษคำตอบที่มีลายมือเขียนตอบ ซึ่งไม่สามารถจัดการได้โดยเทคโนโลยีที่กล่าวแล้วข้างต้น |